ภาวะกระดูกหักในผู้บริโภคมังสวิรัติ

ภาวะกระดูกหักในผู้บริโภคมังสวิรัติ มักพบได้บ่อย

เมื่อเทียบกับคนที่บริโภคเนื้อสัตว์แล้ว ผู้บริโภคมังสวิรัติจะได้รับแคลเซียมและโปรตีนต่ำกว่า  ดังนั้นผู้บริโภคมังสวิรัติจะมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดกระดูกหักที่ใดก็ได้ในร่างกายถึง 43% (ของกระดูกหักทั้งหมด) รวมทั้งความเสี่ยงที่สูงขึ้นของการหักบริเวณกระดูกสะโพก  ขา  และกระดูกสันหลัง  อย่างไรก็ตาม  ความเสี่ยงของกระดูกหักสามารถลดลงได้บางส่วน เมื่อมีการปรับปรุงดัชนีมวลกาย ปริมาณแคลเซียมในอาหารที่บริโภค  และการบริโภคอาหารที่มีโปรตีนแล้ว

ความเสี่ยงต่อการเกิดกระดูกหักในผู้บริโภคมังสวิรัติ

นักระบาดวิทยาทางโภชนาการในอังกฤษระบุว่า   ผู้บริโภคมังสวิรัติมีความเสี่ยงต่อการเกิดกระดูกหักโดยรวม  ซึ่งส่งผลให้มีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเกือบ 20 รายต่อ 1,000 คนในช่วง 10 ปี เมื่อเทียบกับผู้ที่รับประทานเนื้อสัตว์   ความแตกต่างที่สำคัญที่สุดคือ กระดูกสะโพกหัก ซึ่งความเสี่ยงในผู้บริโภคมังสวิรัติอยู่ที่ 2.3 เท่า ของคนที่บริโภคเนื้อสัตว์  หรือเทียบเท่ากับ 15 รายต่อ 1,000 คน ในช่วง 10 ปี  ผลที่ได้นี้มาจากการเก็บข้อมูลจากผู้คนเกือบ 55,000 คน โดยเป็นกลุ่มประชากรชายและหญิงที่อาศัยอยู่ในประเทศอังกฤษระหว่างปี 1993 และ 2001 ซึ่งมีบางส่วนไม่บริโภคเนื้อสัตว์หรือมังสวิรัติ   ผู้เข้าร่วมการศึกษาทั้งหมดได้รับการประเมินพฤติกรรมการบริโภคต่อเนื่องเป็นเวลา 18 ปี  และพบว่ามีกระดูกหักทั้งหมด 3,941 ชิ้น ได้แก่ แขน 566 ชิ้น ข้อมือ 889 ชิ้น ข้อสะโพก 945 ชิ้น ขา 366 ชิ้น ข้อเท้า 520 ชิ้น ข้อและกระดูกหัก 467 ชิ้น   อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงต่อการเกิดกระดูกหักโดยรวมและกระดูกหักเฉพาะจะลดลงเมื่อมีการรับปรุงค่าดัชนีมวลกาย แคลเซียมในอาหาร และการบริโภคอาหารโปรตีน

กระดูกหักในผู้บริโภคมังสวิรัติสัมพันธ์กับดัชนีมวลกาย แคลเซียมในอาหาร และอาหารโปรตีน

ค่าดัชนีมวลกายที่ต่ำมีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงที่สูงขึ้นของกระดูกสะโพกหัก   ส่วนการได้รับแคลเซียมและโปรตีนในระดับต่ำมีส่วนเชื่อมโยงกับสุขภาพกระดูกที่แย่ลง  การศึกษานี้แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคมังสวิรัติโดยเฉลี่ยมีค่าดัชนีมวลกายต่ำ เช่นเดียวกับมีการบริโภคแคลเซียมและโปรตีนที่ต่ำกว่าคนบริโภคเนื้อสัตว์  จึงมีความเสี่ยงต่อการเกิดกระดูกหักในหลายๆ บริเวณ  การรับประทานอาหารให้สมดุลและอาหารส่วนใหญ่มาจากพืชสามารถส่งผลให้ระดับสารอาหารดีขึ้นและเชื่อมโยงกับความเสี่ยงต่อโรคต่างๆ รวมทั้งโรคหัวใจและโรคเบาหวาน  ดังนั้นควรคำนึงถึงประโยชน์และความเสี่ยงของการรับประทานอาหารและตรวจสอบให้แน่ใจว่าร่างกายมีแคลเซียมและโปรตีนในระดับที่เพียงพอและยังคงรักษาค่าดัชนีมวลกายที่ดีนั่นคือไม่ให้มีน้ำหนักน้อยหรือน้ำหนักเกิน

ถึงแม้ว่าการบริโภคมังสวิรัติจะมีข้อดีด้านใยอาหารที่ไปช่วยลดความเสี่ยงจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรังอย่างเบาหวาน  ความดัน   หรือโรคหัวใจ  แต่เมื่อเทียบกับคนที่บริโภคเนื้อสัตว์แล้ว  ผู้บริโภคมังสวิรัติมีการบริโภคแคลเซียมและโปรตีนต่ำกว่าค่าเฉลี่ยจะมีความเสี่ยงสูงกว่าร้อยละ 43 ที่จะเกิดกระดูกหักที่ใดก็ได้ในร่างกาย  รวมทั้งความเสี่ยงที่สูงขึ้นของการหักที่กระดูกสะโพก  ขา และกระดูกสันหลัง

เครดิตภาพจาก pixabay.com

#ทริคสุขภาพดี #การดูแลตัวเอง #ภาวะกระดูกหักคนกินมังสวิรัติ

ต้องรู้!! อาหารอันตรายที่ไม่ควรรับประทานบ่อย เพราะจะส่งผลเสียต่อสุขภาพ

ต้องรู้!! อาหารอันตรายที่ไม่ควรรับประทานบ่อย

เพราะจะส่งผลเสียต่อสุขภาพ ในการรับประทานอาหารของคนเรานั้นส่วนใหญ่เรามักจะรับประทานอาหารที่รสชาติอร่อย และชื่นชอบจนบางครั้งอาจจะมองข้าม ในเรื่องของอันตรายต่อสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นได้จากการรับประทานอาหารชนิดนั้นๆไปบ้าง สำหรับวันนี้เราได้นำเอาข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับอาหารอันตรายที่เมื่อรับประทานบ่อยจะส่งผลเสียต่อสุขภาพมาแนะนำกัน ลองไปดูกันซิว่าจะมีอาหารอันตรายชนิดใดบ้างเพื่อที่จะเป็นแนวทางในการหลีกเลี่ยงป้องกันและอาจจะลดปริมาณในการรับประทานลงหากไม่จำเป็น อาหารอันตรายที่ไม่ควรรับประทานบ่อย มันฝรั่งทอด หรือ เฟรนฟราย อาหารยอดนิยมในการจัดปาร์ตี้ หรือกลุ่มเด็กวัยรุ่น ถือว่า มันฝรั่งทอดเป็นสิ่งที่นิยมกันอย่างมาก ซึ่ความจริงแล้วในการทอดเฟรนฟรายนั้นจะต้องใช้ความร้อนสูง เพราะฉะนั้นในขั้นตอนนี้จะเกิดสารอะคริลาไมด์ ซึ่งถาเรารับประทานเข้าไปในปริมาณมากๆ จะส่งผลให้คุณมีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคมะเร็งและเกิดอาการอักเสบของปลายประสาทได้  เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ บางครั้งการที่ดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์นานๆครั้ง หรือดื่มเพ่อสังคม ก็ไม่ส่งผลต่อสภาพร่างกายของเรามากนัก แต่ถ้าหากคุณนั้นดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก เป็นระยะเวลายาวนาน จะส่งผลให้ร่างกายของคุณขาดน้ำ ซึ่งสังเกตเห็นได้ในระยะสั้น และระยะยาวจะมีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคซึมเศร้า การทำงานของสมองและตับผิดปกติ ผิวพรรณหยาบกร้าน ซีเรียล หลายคนอาจจะคิดวาการรับประทานซีเรียลเป็นสิ่งที่ช่วยประหยัดเวลา และมีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่ความจริงแล้วการรับประทานซีเรียลไม่ได้ประโยชน์อย่างคิด เพราะความร้อนในขั้นตอนการผลิตนั้นจะทำลายสารอาหารที่มีอยู่ไปเกือบทั้งหมด น้ำตาลเทียม เป็นเรื่องที่เราอาจจะมองข้ามไป และแน่นอนว่าสิ่งที่ส่งผลต่อร่างกายก็คือ ระบบการเผาพลาญในร่างกายของเราจะทำงานผิดปกติ แน่นอว่ามันเป็นเรื่องที่ไม่ดีแน่ๆ ซอสมะเขือเทศ ใครจะไปคิดว่าการรับประทานซอสมะเขือเทศเป็นประจำก็ส่งผลเสียต่อร่างกายเช่นกันเพราะในซอสมะเขือเทศนั้นจะมีน้ำตาลผสมอยู่ในปริมาณที่สูงมาก ซึ่งถ้ารับประทานบ่อยๆ ก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานหรืออ้วนได้ เป็นอย่างไรกันบ้างกับข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับอาหารอันตรายที่จะส่งผลต่อสุขภาพร่างกายของคุณหากรับประทานในปริมาณที่มากหรือบ่อยจนเกินไป นอกจากจะไม่มีประโยชน์ต่อร่างกายและยังส่งผลเสียต่อสุขภาพอีกด้วยอย่างไรก็ตามการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกาย ถึงแม้ว่าบางครั้งมันจะไม่อร่อยแต่ก็มีประโยชน์อย่างแน่นอน สำหรับครั้งหน้าเราจะนำเอาข้อมูลอะไรที่น่าสนใจมาแนะนำกันอีกนั้นต้องติดตาม #การเลือกกิน #ทริคดูแลสุขภาพ#อาหารอันตรายไม่ควรทานบ่อย

ความกระฉับกระเฉงช่วยลดความเสี่ยงมะเร็งต่อมลูกหมาก

ความกระฉับกระเฉงช่วยลดความเสี่ยงมะเร็งต่อมลูกหมาก

มะเร็งต่อมลูกหมากเป็นมะเร็งที่พบบ่อยที่สุดในผู้ชายในสหราชอาณาจักร แต่สาเหตุทั้งหมดของการเกิดมะเร็งนั้นยังไม่ทราบอย่างแน่ชัด  ในการศึกษาวิจัยที่อาศัยหลักพันธุศาสตร์เป็นเครื่องมือวัดร่วมกับการติดตามการออกกำลังกายเพื่อดูผลกระทบที่มีต่อมะเร็งต่อมลูกหมากเผยให้เห็นว่า การที่มีความกระฉับกระเฉงขึ้นจะช่วยลดความเสี่ยงของมะเร็งต่อมลูกหมากได้ มะเร็งต่อมลูกหมากกับการออกกำลังกาย ที่ผ่านมาหลักฐานของมูลนิธิการวิจัยด้านมะเร็งโลกได้แสดงให้เห็นแล้วว่า ความกระฉับกระเฉงของร่างกายสามารถลดความเสี่ยงของมะเร็งลำไส้  มะเร็งเต้านม และมะเร็งมดลูก แต่ไม่พบหลักฐานเกี่ยวกับการออกกำลังกายที่มีผลต่อมะเร็งต่อมลูกหมาก    การศึกษาวิจัยครั้งใหม่ของนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยบริสตอลที่ตีพิมพ์ในวารสารทางวิชาการ พบว่า คนที่มีการเปลี่ยนแปลงของลำดับดีเอ็นเอที่ทำให้พวกเขามีแนวโน้มที่จะตื่นตัวมีความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากลดลง 51 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งมากกว่าคนที่ไม่มีรูปแบบเฉพาะนี้ ที่สำคัญการค้นพบนี้เกี่ยวข้องกับการออกกำลังกายโดยรวมไม่ใช่แค่การออกกำลังกายอย่างหนัก   ทั้งนี้ในการศึกษามีผู้ชายมากกว่า 140,000 คน เข้าร่วมการศึกษานี้ และ80,000 คนเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก การลดความเสี่ยงมะเร็งต่อมลูกหมาก เมื่อมีการนำหลักพันธุศาสตร์เป็นตัววัดสำหรับการออกกำลังกายแสดงให้เห็นว่าการออกกำลังกายส่งผลกระทบอย่างมากต่อความเสี่ยงมะเร็งต่อมลูกหมาก ณ ปัจจุบันนี้มีหลักฐานเพียงเล็กน้อยเท่านั้นเกี่ยวกับวิธีลดความเสี่ยงมะเร็งต่อมลูกหมาก ซึ่งได้แก่ การควบคุมรักษาน้ำหนักอย่างเข้มงวด นักวิจัยระบุว่า  การศึกษานี้เป็นการศึกษาที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา  อีกทั้งใช้วิธีการที่ค่อนข้างใหม่ที่เติมเต็มการวิจัยเชิงสังเกต ทำให้ค้นพบสิ่งที่เป็นสาเหตุของมะเร็งต่อมลูกหมาก  รวมทั้งรู้ว่า การออกกำลังกายอาจมีผลต่อมะเร็งต่อมลูกหมากมากกว่าที่เคยคิดไว้  ซึ่งผู้วิจัยยังหวังว่าจะกระตุ้นให้ผู้ชายตื่นตัวมากขึ้นด้วยการออกกำลังกาย   ในการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้พิจารณาถึง ปัจจัยเสี่ยง 22 ประการที่มีผลกระทบต่อมะเร็งต่อมลูกหมาก แต่ผลลัพธ์ของการออกกำลังกายนั้นโดดเด่นที่สุด  สิ่งนี้จะปูทางไปสู่การวิจัยเพิ่มเติมซึ่งสามารถนำวิธีการที่คล้ายกันนี้ไปใช้กับปัจจัยการดำเนินชีวิตอื่นๆ เพื่อช่วยระบุวิธีที่ผู้ชายสามารถลดความเสี่ยงของมะเร็งต่อมลูกหมากได้  มะเร็งต่อมลูกหมากเป็นมะเร็งที่พบบ่อยที่สุดในผู้ชายในสหราชอาณาจักร แม้ว่าสาเหตุทั้งหมดของการเกิดมะเร็งจะยังไม่ชัดเจน แต่การศึกษาวิจัยที่ใหญ่ที่สุดที่เคยมีมาได้อาศัยใช้พันธุศาสตร์เป็นเครื่องมือวัดการออกกำลังกายเพื่อดูผลต่อมะเร็งต่อมลูกหมาก ซึ่งเผยให้เห็นว่า ความกระฉับกระเฉงร่วมมากขึ้นช่วยลดความเสี่ยงของมะเร็งต่อมลูกหมากได้ เครดิตภาพจาก pixabay.com     #มะเร็งต่อมลูกหมาก #ทริคดูแลตัวเอง …

ความกระฉับกระเฉงช่วยลดความเสี่ยงมะเร็งต่อมลูกหมาก Read More »

ใช้คอนแทคเลนส์อย่างไรให้ ตาสวยปลอดเชื้อโรค ไร้กังวล

ใช้คอนแทคเลนส์อย่างไรให้ ตาสวยปลอดเชื้อโรค

คอนแทคเลนส์ เดี๋ยวนี้จะยังเป็นที่ได้ความนิยมกันเยอะมาก เพราะให้ทั้งความสวยงามด้วยความที่มีสีสันและรูปแบบที่สวย ๆ  มีความสะดวกกว่าสวมแว่นตา รวมทั้งไม่เสียบุคลิกอีกด้วย  คอนแทคเลนส์ คืออะไร คอนแทคเลนส์ หรือเรียกอย่างได้ว่า เลนส์สัมผัส ที่เป็นแผ่นบาง ๆ ใส ๆ ใช้ครอบลงบนบริเวณตาดำ เพื่อช่วยลดปัญหาทางสายตาและเพื่อให้เสริมความงาม เสริมบุคลิกให้ดูดีกับผู้สวมใส่   ปัจจุบันนี้สามารถหาซื้อได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นทางคลินิกตา ร้านแว่น ห้าง ท้องตลาดจนถึงตามร้านค้าออนไลน์ก็สามารถหาซื้อได้ มีให้เลือกหลายแบบ หลายสี และเลือกได้ตามลักษณะเฉพาะทั้งสายตาสั้น สายตายาว สายตาเอียง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เพื่อความปลอดภัยก็ควรปรึกษาแพทย์ก่อน เพื่อจะได้ทราบถึงวิธีการใส่ การดูแลที่ถูกต้อง  เพราะหากไม่ดูแลอย่างถูกวิธีก็จะทำให้ดวงตาคู่สวยของเราติดเชื้อโรคได้ และอาจส่งผลร้ายแรงถึงขั้นตาบอดได้ ถ้าหากดวงตาได้รับการติดเชื้ออย่างรุนแรง หรือเพียงแค่การอักเสบถ้าไม่รุนแรงมาก ข้อห้ามในการใช้คอนแทคเลนส์ ไม่ควรที่จะใช้คอนแทคเลนส์ร่วมกับใคร เป็นอันขาด เพื่อป้องกันการติดเชื้อ และโรคติดต่อจากผู้อื่น ไม่ควรใส่คอนแทคเลนส์นานเกินกว่าระยะเวลาใช้งานที่กำหนด เช่น กำหนดอายุการ 1 สัปดาห์ ก็ไม่ควรเกินกว่านั้น (วิธีการนับอายุการใช้งาน ก็เริ่มนับจากหลังใช้งานครั้งแรก) อย่าใช้คอนแทคเลนส์ ถ้าภาชนะบรรจุภัณฑ์ที่อยู่ในสภาพชำรุด หรือมีรอยเปิดก่อนที่เราจะนำมาใช้ ข้อควรระวังในการใช้คอนแทคเลนส์ ไม่ควรใช้คอนแทคเลนส์ในคนที่มีภาวะดวงตาไม่ปกติ อย่างเช่น …

ใช้คอนแทคเลนส์อย่างไรให้ ตาสวยปลอดเชื้อโรค Read More »

การดูแลตัวเองเมื่อออกไปข้างนอก กับสถานการณ์โควิด

การดูแลตัวเองเมื่อออกไปข้างนอก

สืบเนื่องมากจากวิกฤตการณ์การระบาดของโรคโควิด 19 ทำให้หลายคนต้องเปลี่ยนนิสัยในการออกจากบ้าน ให้มีความรอบคอบ ระมัดระวังตัวเอง รักษาความสะอาดมากยิ่งขึ้น เพื่อป้องกันการติดเชื้อไวรัสที่ร้ายแรงชนิดนี้ โดยวิธีการดูแลตนเองนั้นมีมากมาย และควรที่จะปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด  โดยในห้างสรรพสินค้า หรือร้านสะดวกซื้อต่างๆ ก็ได้มีการออกมาตรการสำหรับคนที่จะเข้ามาใช้งานร้านค้า เช่น ต้องมีที่วัดอุณหภูมิก่อนที่จะเข้าใช้บริการร้าน ต้องมีจุดให้แอลกอฮอล์ล้างมือ และต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยเสมอตลอดเวลาการเข้าร้าน และในส่วนของการทำงานนั้น บริษัทส่วนมากก็ให้พนักงานได้ทำงานจากที่บ้าน เพื่อเป็นการกักกันตนเองจากสังคมภายนอก เพื่อป้องกันการติดเชื้อที่เพิ่มมากขึ้น แต่เมื่อถึงเวลาที่ต้องออกไปข้างนอกนั้นก็ควรดูแลตนเองและปฏิบัติตามกฏของสังคม วิธีการดูแลตนเองจากการติดเชื้อไวรัสโคโรน่า Social Distancing  เป็นการเว้นระยะห่างทางสังคมจากผู้อื่น โดยเว้นระยะห่างเป็นระยะ 1-2 เมตร เพื่อป้องกันการติดเชื้อจากผู้อื่น  การล้างมือ  ควรล้างมือทุกครั้งเมื่อมีโอกาส เนื่องจากเราไม่มีทางรู้ได้เลยว่าเราได้เผลอไปสัมผัสเชื้อโรคอะไรมาจากที่ไหนบ้าง ดังนั้นการล้างมือเป็นวิธีการที่ดีที่สุดในการป้องกันเชื้อโรคที่จะเข้าสู้ร่างกายของเรา อีกทั้งการล้างมืออย่างถูกวิธีเป็นสิ่งที่ไม่ควรลืม การล้างหน้ามือ หลังมือ ตามซอกนิ้ว และซอกเล็บ นั่นเป็นสถานที่เชื้อโรคชอบมากที่สุด  การพกเจลแอลกอฮอลล์ ทุกวันนี้ในการออกจากบ้านนั้น สิ่งที่ควรจะต้องพกพาห้ามขาดนั่นคือเจลแอลกอฮอลล์ ในกรณีที่เราไม่สามารถที่หาสถานที่สำหรับล้างมือได้ เจลแอลกอฮอล์สามารถช่วยคุณได้ ยิ่งปริมาณแอลกกอฮอล์เข้มข้นมากขึ้นเท่าไหร่ยิ่งดีต่อการฆ่าเชื้อโรค  หน้ากากอนามัย  การออกไปนอกสถานที่นั้นสิ่งที่ห้ามขาดมากที่สุดนั่นก็คือหน้ากากอนามัย ซึ่งเป็นสิ่งที่ควรจะใส่ติดไว้ที่หน้าตลอดเวลา โดยวิธีการใส่ที่ถูกนั้นจะต้องปิดที่จมูก เพื่อไม่ให้เชื้อโรคสามารถผ่านเข้าไปได้ และไม่ควรนำมือไปสัมผัสหน้ากากอนามัยขณะสวมใส่เด็ดขาด โดยหน้ากากที่ดีที่สุดคือหน้ากากที่เป็นสีเขียว ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ว่าได้รับรองจากกรมสุขภาพแล้ว เป็นเครื่องมือที่ดูแลเราได้ดีที่สุดจากโรคร้าย ดังนั้นการดูแลตนเองนั้นสำคัญที่สุด …

การดูแลตัวเองเมื่อออกไปข้างนอก Read More »

ความรู้เรื่องโรคหอบหืด โรคที่ยอดฮิตที่ใครหลายคนอาจจะเคยเจอ

รอบรู้เรื่องโรคหอบหืด

หลายคนน่าจะเคยมีประสบการณ์การเป็นโรคหอบหืดที่สร้างทั้งความเหนื่อยล้าให้ร่างกาย ไม่สามารถทำอะไรได้เร็วไม่ว่าจะเป็นการวิ่งหรือการเดินในเวลาเร่งรีบเหมือนคนอื่น เพราะหากทำอย่างนั้นโรคหอบหืดของคุณก็จะกำเริบและทำให้เกิดอันตรายได้ในที่สุด หลายคนอาจมองว่าคนที่เป็นโรคหอบหืดดูเหมือนภาระและแกล้งทำโดยเฉพาะกับเด็กวัยเรียนที่มักคิดเช่นนี้ ไม่ว่าคุณจะเป็นใครก็ตาม เราอยากให้คุณลองอ่านเพื่อทำความเข้าใจโรคหอบหืดก่อนแล้วค่อยตัดสินเขานะ เพราะมันไม่ใช่โรคที่จะแกล้งกันเล่น ๆ ได้ หากคุณได้รู้ก็จะเข้าใจผู้ป่วยว่าพวกเขาต้องใช้ชีวิตลำบากเพียงใด โรคหอบหืดคืออะไร? โรคหอบหืด หรือที่เรียกว่า Asthma เป็นโรคที่มีการอักเสบเรื้อรังของเยื่อบุหลอดลมและภาวะผิดปกติที่ไวต่อสิ่งเร้าต่างๆ เมื่อผู้ป่วยสัมผัสกับสิ่งกระตุ้นทั้งภายนอกหรือภายในร่างกาย กล้ามเนื้อบริเวณหลอดลมก็จะเกิดการหดเกร็ง ผนังหลอดลมทำให้บวมหนาขึ้นและสร้างเสมหะมากขึ้น ทำให้หลอดลมตีบแคบลงและหายใจแบบมีเสียง เกิดอาการเหนื่อยหอบ อาการของโรคหอบหืด โรคหอบหืดจะมีตั้งแต่ระดับน้อยไปจนถึงรุนแรง โดยระดับน้อยนั้นผู้ป่วยจะมีอาการหายใจลำบากและเหนื่อยจนอ่อนแรงจนเพลีย กล้ามเนื้ออ่อนเปลี้ยไม่สามารถทำอะไรได้ ในระดับกลาง ผู้ป่วยจะเริ่มเกิดอาการเหนื่อยหอบร่วมกับแน่นหน้าอก เวียนศีรษะ แต่ยังคงควบคุมอัตราการหายใจของตัวเองได้อยู่ ส่วนในระดับมากของโรคหอบหืด ผู้ป่วยจะเกิดอาหารเหนื่อยหอบจนหายใจแรงถี่ กล้ามเนื้อชา เจ็บแบบบีบบริเวณทรวงอก และไม่มีแรงแม้แต่จะยืนจนถึงขั้นชักต้องรีบนำตัวส่งถึงมือแพทย์โดยเร็วไม่เช่นนั้นจะเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ สาเหตุของโรคหอบหืด โรคหอบหืดเกิดจากการที่มีสิ่งเร้ามากระตุ้นร่างกายผู้ป่วย ได้แก่ ความเครียด การทำงานหนักจนส่งผลต่อหัวใจ การหักโหมออกกำลังกาย ความแออัดของสถานที่ อากาศเย็น สิ่งที่เป็นภูมิแพ้อย่างดอกไม้ ฝุ่น อากาศที่เปลี่ยนแปลง อาหาร ขนสัตว์ เกสรดอกหญ้า หรือแม้แต่การรับประทานอาหารที่ใส่สารกันบูดก็สามารถทำให้เกิดโรคหอบหืดได้ การรักษาโรคหอบหืด 1.ผู้ป่วยโรคหอบหืดควรออกกำลังกาย โดยการเดินบ่อย ๆ ว่ายน้ำ วิ่งเหยาะ ๆ …

รอบรู้เรื่องโรคหอบหืด Read More »

อาหารต้านหวัด สร้างภูมิต้านทาน

อาหารต้านหวัด

เวลาเราขอพร สิ่งหนึ่งที่เรามักขอกันคือ ขอให้มีสุขภาพดี  ไม่เจ็บไข้ได้ป่วย ที่เคยเจ็บออดๆ แอดๆ ก็ขอให้หายเป็นปลิดทิ้งแล้วกลับมาแข็งแรงสมบูรณ์ แต่ก่อนที่เราจะมีสุขภาพแข็งแรง ก็ต้องรู้จักป้องกันตัวเองจากโรคภัยที่จะมาตามฤดูกาล ช่วงนี้เดี๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาว หลายคนที่ร่างกายปรับสภาพไม่ทันอาจจะทำให้เจ็บป่วยหรือเป็นหวัดได้ง่าย ลองมาดูแลสุขภาพเพื่อสร้างภูมิต้านทานจากอาหารกัน  สำหรับสารอาหารที่ช่วยในเรื่องของการสร้างภูมิต้านทาน หลายคนก็จะนึกถึงวิตามินต่างๆ แต่ส่วนใหญ่ได้ยินคำว่าวิตามิน ก็จะนึกถึงวิตามินในรูปแบบเม็ด หรือแบบที่เป็นอาหารเสริม แต่ใครจะรู้บ้างว่าวิตามินนั้นก็มีในอาหารหลัก 5 หมู่ของเรา โดยที่เราไม่จำเป็นต้องไปซื้อให้เสียเงินเยอะแยะ และยิ่งถ้ากินอาหาร 5 หมู่ให้หลากหลาย เป็นประจำสม่ำเสมอ เราก็แทบจะไม่ขาดวิตามินต่างๆ เลย วิตามินซีต้านหวัด วิตามินที่หลายคนคิดว่าสามารถป้องกันหวัดได้ คงไม่พ้น “วิตามินซี” หรือ “กรดแอสคอร์บิก” เป็นวิตามินชนิดละลายน้ำ วิตามินซีมีประโยชน์มากมาย มักใช้ในการรักษาและป้องกันโรคลักปิดลักเปิด นอกจากนี้ยังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นภายในร่างกาย มีส่วนช่วยในการซ่อมแซมและการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อในร่างกาย ช่วยทำให้แผลหายเร็วขึ้น และมีส่วนช่วยในการสร้างคอลลาเจน จากการศึกษาที่ผ่านมาพบว่าการรับประทานวิตามินซีเป็นประจำทุกวัน ไม่สามารถป้องกันหวัดได้ และไม่ได้ลดความเสี่ยงต่อการเป็นหวัด แต่ในผู้ที่ออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาเป็นประจำ จะสามารถลดความเสี่ยงในการเป็นหวัดได้ถึง 50% อย่างไรก็ตามพบว่าการรับประทานวิตามินซีเป็นประจำทุกวันจะลดความรุนแรงและระยะเวลาในการเป็นหวัดได้ ขนาดวิตามินซีที่แนะนำให้รับประทานเพื่อลดความรุนแรงและระยะเวลาในการเป็นหวัดคือ 1-3 กรัมต่อวัน แต่ในผู้ที่ไม่เคยรับประทานวิตามินซีมาก่อน พอเป็นหวัดแล้วหันมาทาน จะไม่สามารถลดความรุนแรงหรือระยะเวลาการเป็นหวัดได้ ยำเห็ดรวมต้านหวัด …

อาหารต้านหวัด Read More »

แนวทางการดูแลสุขภาพตนเอง ห่างไกลโรคร้าย วิธีลดน้ำหนัก อาหารลดน้ำหนัก ปวดหัว

แนวทางการดูแลสุขภาพตนเอง ห่างไกลโรคร้าย

        หลายคนในที่นี้คงคิดว่าความสุขนั้นคือการมีเงิน เพราะเงินสามารถซื้อความสุขและความต้องการของเราได้ แต่คุณลืมไปหรือไม่ว่าหากมีเงินแต่สุขภาพย่ำแย่ก็จะทำให้เราเกิดความทุกข์ได้เช่นเดียวกัน ดังนั้นความสุขที่แท้จริงคือการที่เรามีสุขภาพร่างกายที่ดีต่างหาก        มีคนจำนวนไม่น้อยในสมัยนี้ที่หันมาดูแลสุขภาพของตนเองและให้ความสำคัญกับมันมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงวัยหนุ่มสาวและกลุ่มผู้สูงอายุ ต่างก็มุ่งมั่นในการออกกำลังกายเพื่อให้ร่างกายแข็งแรง แต่นอกจากการออกกำลังกายแล้วยังมีวิธีการและเทคนิคการดูแลสุขภาพต่างๆอีกมากมาย ที่เราอยากนำมาแชร์ให้เพื่อนได้ลองปฏิบัติ เพื่อสุขภาพที่ดีทั้งทางด้านร่างกาย และจิตใจ ซึ่งจะมีวิธีการอย่างไรบ้าง เรามาเรียนรู้ไปพร้อมๆกันเลยค่ะ ทานอาหารมีประโยชน์ ครบ5 หมู่ และถูกหลักโภชนาการ การเลือกทานอาหารถือเป็นวิธีการที่ง่ายมากๆสำหรับคนที่ดูแลสุขภาพ เพียงแค่เราเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ ทานครบ5 หมู่ก็จะทำให้ร่างกายนั้นมีพลังงานเพียงพอเพื่อไปหล่อเลี้ยงอวัยวะส่วนต่างๆในร่างกายให้แข็งแรง โดยอาหารที่รับประทานควรเน้นไปที่ผักและผลไม้ เพราะเป็นสิ่งที่มีประโยชน์และข้อดีมากมาย นอกจากนี้คนที่ใส่ใจในรูปร่างของตนเองก็จะมีสัดส่วนได้ตามความพึงพอใจ เพราะการทานผักไม่อ้วนอย่างแน่นอน ออกกำลังกายให้เคยชิน อีกหนึ่งพื้นฐานสำคัญของการมีสุขภาพที่ดีคือการออกกำลังกาย ซึ่งในหนึ่งสัปดาห์เราควรออกกำลังกายให้ได้ประมาณ3-4ครั้ง ครั้งละ20-30นาทีก็เพียงพอ เพราะการออกกำลังกายจะช่วยสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อของเราให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นการบริหารปอดและหัวใจด้วย หากเราออกกำลังกายเป็นประจำนอกจากจะมีสุขภาพที่ดีแล้วสิ่งหนึ่งที่จะเห็นได้ขัดเช่นเดียวกันคือความสดชื่น การออกกำลังกายถือเป็นการคลายความเครียดอีกรูปแบบหนึ่ง ดื่มน้ำวันละ8 แก้ว การดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวันคือการดื่มให้ได้อย่างน้อย8แก้ว น้ำจะช่วยให้ร่างกายของเราเปล่งปลั่ง ผิวหนังก็เกิดความชุ่มชื้นมีน้ำมีนวล นอกจากนี้การดื่มน้ำมากๆจะช่วยให้ระบบหมุนเวียนเลือดทำงานได้เป็นปกติ ห่างไกลจากโรคร้ายแน่นอนเลยค่ะ ห่างไกลสารเสพติด เพราะสารเสพติดคือสิ่งสำคัญที่ทำให้ร่างกายของเราเสื่อมโทรม ทั้งด้านร่ายกายและจิตใจ การติดสารเสพติดจะมีผลกระทบอย่างหนักของระบบประสาทและสมอง ดังนั้นเราจึงไม่ควรยั่งเกี่ยวกับสารเสพติดทุกชนิด นอนเพียงพอ การหลับพักผ่อนให้เพียงพอจะทำให้ร่างกายได้มีการหยุดพักและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอไปในตัว โดยอย่างน้อยแล้วควรนอนให้ได้6-8ชั่วโมงต่อวัน เพื่อที่จะมีแรงและพลังงานในวันรุ่งขึ้น        การดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงนั้นเป็นสิ่งที่ง่ายมากๆและทุกคนก็สามารถทำได้เพียงแค่ลองเปิดใจและเริ่มปฏิบัติเท่านั้นเองค่ะ หันมาใส่ใจสุขภาพตัวเองกันเยอะๆนะคะ เครดิตรูปภาพ: …

แนวทางการดูแลสุขภาพตนเอง ห่างไกลโรคร้าย Read More »

รู้ก่อนเสี่ยง อันตรายจากการสัก มีผลต่อผิวหนัง วิธีลดน้ำหนัก อาหารลดน้ำหนัก ปวดหัว

รู้ก่อนเสี่ยง อันตรายจากการสัก มีผลต่อผิวหนัง

ในปัจจุบันพบว่าทั้งผู้ชายและหญิงให้ความสนใจกับการสักเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะตามกระแสแฟชั่น ความสวยงาม เช่น การสักคิ้ว ขอบตา ปาก เป็นต้น หรือแม้แต่ความเชื่อทางศาสนา ลงบนผิวหนังส่วนต่าง ๆ ทั้งแขน ขา แผ่นหลัง อก จนทำให้มีรอยเกิดขึ้นจากน้ำหมึกเป็นลวดลายที่มีความสวยงามตามความชอบของแต่บุคคล แต่รู้หรือไม่ว่าอันตรายจากการสักนั้นมีผลต่อผิวหนังเป็นอย่างมาก อันตราย รู้ไว้ก่อนตัดสินใจสักบนตัว                   การสักหรือ Tattoos เป็นเทคนิคในการใส่เม็ดสีหรือหมึกประเภทโลหะหนัก เช่น ไอรอนออกไซด์ (Iron Oxide) ลงไปสู้ใต้ผิวหนัง ด้วยอุปกรณ์ที่เป็นเข็มขนาดเล็ก หรืออุปกรณ์ในการสัก ซึ่งจะต้องมีขั้นตอนที่เหมาะสม ถูกสุขลักษณะ ตั้งแต่การใช้เข็ม วัสดุ สถานที่ รวมถึงความชำนาญของผู้สัก โดยการทิ่มเข็มลงบนเนื้อแต่ละครั้งสร้างความเจ็บปวดให้กับผู้สักไม่น้อยเลยทีเดียว                   ปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นหลังการสัก เช่น อาการอักเสบหรือติดเชื้อจากเข็มและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง มีอาการแพ้ เกิดเป็นผื่นแดง คัน บวม ผิวหนังไหม้ ซึ่งเกิดขึ้นได้ทันที และบางรายอาจจะมีอาการนี้เรื่อย ๆ นานเป็นปี นอกจากนี้ยังอาจจะเกิดคีลอยด์ หรือแผลเป็นเนื้อนูนบริเวณผิวหนังที่สักได้                   ในต่างประเทศพบว่าผลข้างเคียงและอันตรายจากการสัก คือการเกิดเป็นมะเร็งในผู้ที่สักบริเวณหน้าอก …

รู้ก่อนเสี่ยง อันตรายจากการสัก มีผลต่อผิวหนัง Read More »

วิธีรับมือเบื้องต้นกับอาการบาดเจ็บที่ข้อเท้า ที่มักต้องเจอบ่อย ๆ วิธีลดน้ำหนัก อาหารลดน้ำหนัก ปวดหัว

วิธีรับมือเบื้องต้นกับอาการบาดเจ็บที่ข้อเท้า ที่มักต้องเจอบ่อย ๆ

อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้เสมอบางครั้งถึงแม้ว่าเราจะมีการระมัดระวังและมีการป้องกันอย่างดีแล้วก็สามารถเกิดอุบัติเหตุได้อยู่ตลอดเวลา และอวัยวะในร่างกายของเราที่มักจะเกิดอุบัติเหตุอยู่บ่อยครั้งนั่นก็คือ ข้อเท้า ซึ่งเราใช้เท้าในการเดินในชีวิตประจำวัน เพราะฉะนั้นก็มีโอกาสเสี่ยงสูงที่จะทำให้เกิดอาการบาดเจ็บที่ข้อเท้า ได้และวันนี้เราได้นำเอาข้อมูลเกี่ยวกับอาการบาดเจ็บที่ข้อเท้า มาแนะนำการลองไปดูกันซิว่าจะมีรายละเอียดอะไรกันบ้าง ข้อมูลเกี่ยวกับอาการบาดเจ็บที่ข้อเท้า สาเหตุของการได้รับบาดเจ็บของข้อเท้าที่มักพบบ่อย สาเหตุอาการบาดเจ็บที่ข้อเท้านี้ สามารถเกิดขึ้นได้จากการได้รับบาดเจ็บโดยตรง และการได้รับบาดเจ็บทางอ้อม ทั้งการถูกกระแทกของข้อเท้าต่อพื้นผิวที่แข็ง เกิดการบิดงอของข้อเท้า หากเป็นผู้ป่วยที่มีภาวะกระดูกเปราะบาง กระดูกพรุนหรือผู้สูงอายุอาจจะมีความรุนแรงมากกว่าปกติ  โดยปัญหาหลักที่มักพบของการบาดเจ็บที่ข้อเท้าคือ อุบัติเหตุข้อเท้าและเท้าพลิก นอกจากนี้ยังมีปัญหาจาก ความผิดปกติทางโครงสร้างของกระดูก เส้นเอ็น หรือข้อของเท้าและข้อเท้า ที่ทำให้เกิดภาวะผิดปกติทางโครงสร้างอื่น ๆ ตามมาได้  วิธีการรับมือเบื้องต้น หลังจากการได้รับบาดเจ็บที่ไม่รุนแรงมากนักแล้ววิธีการรับมือเบื้องต้นเพื่อที่จะสามารถลดอาการบาดเจ็บ บวม และอักเสบได้ สามารถทำได้โดยพักการใช้งานเท้า ประคบเย็น และยกเท้าขึ้นสูง ทั้งนี้ในช่วง48-72 ชั่วโมงหลังได้รับบาดเจ็บควรงดการใช้เท้าทั้ง การบีบนวด หลีกเลี่ยงการสัมผัสความร้อนแอลกอฮอล์  แต่หากเกิดการบาดเจ็บรุนแรงต่อข้อเท้า จะต้องให้แพทย์วินิจฉัยหอาจจะต้องถึงขั้นผ่าตัด เพื่อเย็บซ่อมเส้นเอ็นให้กลับมาใช้งานได้เหมือนเดิม การรักษาอาการบาดเจ็บที่ข้อเท้า สำหรับการรักษานั้นมีทั้งแบบที่ต้องได้รับการผ่าตัดและแบบที่ไม่ต้องได้รับการผ่าตัด โดยกรณีไม่ต้องผ่านั้นนั้นมักจะเป็นกรณีของการได้รับบาดเจ็บโดยที่ไม่ส่งผลเคลื่อนไหว ขยับตัว หรือการรับน้ำหนักตัว โดยอาจจะจะรักษาโดยการใส่เฝือกเพื่อพยุง และจำกัดการเคลื่อนของข้อเท้า ในกรณีผ่าตัดนั้น ต้องเป็นกรณีที่มีกระดูกแตกหัก ผิดรูป ไม่สามารถรักษาได้โดยการใส่เฝือก โดยแพทย์อาจจะมีการผ่าตัดเพื่อตัดกระดูกที่ผิดรูปให้ดีขึ้นนั่นเอง เป็นอย่างไรกันบ้างกับข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับอาการบาดเจ็บที่ข้อเท้าที่เราได้นำมาแนะนำกันข้างต้นสำหรับใครที่มีอาการบาดเจ็บที่ข้อเท้าเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้งก็สามารถนำเอาข้อมูลข้างต้นรวมไปถึงวิธีการรักษาเบื้องต้นไปปรับประยุกต์ใช้ได้เลย อย่างไรก็ตามหากอาการบาดเจ็บมีความรุนแรงก็ควรที่จะเข้าพบแพทย์เพื่อพิจารณาอาการและความรุนแรงของโรคและหาวิธีการรักษาที่ถูกต้องต่อไป #อาการบาดเจ็บที่ข้อเท้า #รักษาข้อเท้าเจ็บเบื้องต้น …

วิธีรับมือเบื้องต้นกับอาการบาดเจ็บที่ข้อเท้า ที่มักต้องเจอบ่อย ๆ Read More »